ข้อตกลงของ G Suite (ออนไลน์)

ดูบริการซึ่งมาพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานบัญชีใหม่ได้ที่ข้อกำหนดเพิ่มเติม

ข้อตกลงของ G Suite (ออนไลน์) นี้ ("ข้อตกลง") จัดทำขึ้นระหว่าง Google กับบุคคลที่ตกลงยอมรับข้อกำหนดเหล่านี้ ("ลูกค้า")"Google" หมายถึง (1) Google Voice Canada Corporation ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ 44 Chipman Hill, Suite 1000, Saint John, New Brunswick E2L 2A9 Canada เฉพาะในส่วนของบริการ Google Voice ที่ที่อยู่สำหรับการเรียกเก็บเงินของลูกค้าอยู่ในแคนาดา และ (2) Google LLC ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ 1600 Amphitheatre Parkway, Mountain View, California 94043 ในส่วนของบริการอื่นๆ ทั้งหมดของ G Suite ข้อตกลงนี้มีผล ณ วันที่คุณคลิกปุ่ม "ฉันยอมรับ" ด้านล่าง หรือวันที่มีการลงชื่อในข้อตกลง หากมี ("วันที่มีผล") หากคุณยอมรับข้อตกลงนี้ในนามของผู้ว่าจ้างหรือบุคคลอื่น ถือว่าคุณรับรองและรับประกันว่า (1) คุณมีอำนาจตามกฎหมายเต็มที่ในการลงนามผูกพันผู้ว่าจ้างหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องภายใต้ข้อกำหนดเหล่านี้ (2) คุณอ่านและทำความเข้าใจข้อตกลงนี้แล้ว และ (3) คุณยอมรับข้อตกลงนี้ในนามของบุคคลหรือฝ่ายที่คุณเป็นตัวแทน หากคุณไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการลงนามผูกพันแทนนายจ้างหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โปรดอย่าคลิกปุ่ม "ฉันยอมรับ" ด้านล่าง (หรืออย่าลงชื่อในข้อตกลงนี้ ตามแต่กรณี) ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้กับการเข้าถึงและการใช้งานบริการของลูกค้าตามที่สั่งซื้อไว้ในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้อง

  • 1. บริการ Google จะให้บริการที่สั่งซื้อในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องตาม SLA ที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าสามารถใช้บริการที่สั่งซื้อในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องตามข้อตกลงนี้
    • 1.1 สถานที่และการถ่ายโอนข้อมูล สถานที่ทั้งหมดที่ใช้เพื่อเก็บและประมวลผลข้อมูลลูกค้าจะปฏิบัติตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยอย่างสมเหตุสมผล มีการป้องกันไม่น้อยกว่ามาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ที่ Google ใช้เก็บและประมวลผลข้อมูลประเภทคล้ายกันของตนเอง ในการให้บริการดังกล่าว Google อาจถ่ายโอน จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลของลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ที่ Google หรือตัวแทนดูแลสถานที่อยู่ และลูกค้าใช้บริการโดยยินยอมให้มีการโอน ประมวลผล และเก็บข้อมูลลูกค้าดังที่กล่าวมา
    • 1.2 ไม่มีโฆษณา ไม่ว่าจะมีข้อกำหนดอื่นใดในข้อตกลงนี้ Google จะไม่ประมวลผลข้อมูลของลูกค้าเพื่อใช้ในการโฆษณาหรือแสดงโฆษณาในบริการ
    • 1.3 ฟีเจอร์หรือบริการใหม่ Google อาจเปิดให้บริการแอปพลิเคชัน ฟีเจอร์ หรือการทำงานเพิ่มเติมสำหรับบริการในบางโอกาส ซึ่งการใช้งานอาจขึ้นอยู่กับการยินยอมของลูกค้าที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขเพิ่มเติม
    • 1.4 การยืนยันเพื่อใช้บริการ ลูกค้าจะต้องยืนยันที่อยู่อีเมลของโดเมนหรือชื่อโดเมนเพื่อใช้บริการนี้ หากลูกค้าไม่มีสิทธิ์อันชอบธรรมในการใช้บริการอีเมลของโดเมนหรือไม่ได้เป็นเจ้าของหรือไม่มีสิทธิ์ควบคุมชื่อโดเมน ถือว่า Google ไม่มีภาระหน้าที่ในการให้บริการแก่ลูกค้าและอาจลบบัญชีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • 1.5 ข้อกำหนดเฉพาะบริการ ข้อกำหนดเฉพาะของบริการจะรวมไว้ในข้อตกลงนี้ด้วยการอ้างอิง
  • 2. การแก้ไข
    • 2.1 การแก้ไขบริการ
      • (ก) นโยบายการเลิกใช้งาน Google จะแจ้งลูกค้าล่วงหน้าอย่างน้อย 12 เดือนก่อนทำการเลิกใช้งานซึ่งมีนัยสำคัญ เว้นแต่ว่า Google จะพิจารณาโดยมีเหตุอันสมควรว่า (1) Google ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือสัญญาให้ทำเช่นนั้น (รวมถึงกรณีที่กฎหมายหรือสัญญาที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลง) หรือ (2) การให้บริการที่จะมีการเลิกใช้งานอย่างมีนัยสำคัญต่อไปอาจก่อให้เกิด (ก) ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หรือ (ข) ภาระทางเศรษฐศาสตร์หรือทางเทคนิคอันสำคัญ
      • (ข) การแก้ไขอื่นๆ ตามข้อ 2.1(ก) (นโยบายการเลิกใช้งาน) Google อาจทำการเปลี่ยนแปลงบริการนี้ ซึ่งอาจประกอบด้วยการเพิ่ม การอัปเดต หรือสิ้นสุดการให้บริการหรือการใช้งานฟีเจอร์บางส่วนของบริการนี้ โดย Google จะแจ้งให้ลูกค้าทราบการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เป็นรูปธรรมในบริการหลัก
    • 2.2 การแก้ไขข้อกำหนดของ URL
      • (ก) การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของ URL Google อาจเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของ URL ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อ 2.2(ง) (การคัดค้านการเปลี่ยนแปลง)
      • (ข) การแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม Google จะแจ้งให้ลูกค้าทราบการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่เป็นรูปธรรมในข้อกำหนดของ URL
      • (ค) การเปลี่ยนแปลงมีผลบังคับใช้เมื่อใด การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในข้อกำหนดของ URL จะมีผลบังคับใช้ 30 วันหลังจากแจ้งให้ทราบ ยกเว้น (1) การเปลี่ยนแปลง SLA ที่ส่งผลเสียอย่างเป็นรูปธรรมจะมีผลบังคับใช้ 90 วันหลังจากแจ้งให้ทราบ และ (2) การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับบริการหรือฟังก์ชันใหม่จะมีผลบังคับใช้ทันที
      • (ง) การคัดค้านการเปลี่ยนแปลง เราจะใช้ข้อกำหนดต่อไปนี้ เว้นแต่ศาล คำสั่งศาล หรือคำสั่งของฝ่ายปกครองที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะกำหนดให้ Google เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของ URL หรือปรับใช้กับบริการหรือฟังก์ชันใหม่
        • (1) หากการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของ URL ส่งผลเสียอย่างเป็นรูปธรรมต่อลูกค้า ลูกค้าอาจคัดค้านการเปลี่ยนแปลงโดยแจ้งให้ Google ทราบภายใน 30 วันหลังจากที่ Google ได้ประกาศแจ้งให้ทราบ
        • (2) หากลูกค้าแจ้ง Google ลูกค้าจะยังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ URL ที่มีผลในทันทีก่อนการเปลี่ยนแปลงจนถึง (ก) วันสิ้นสุดของระยะคำสั่งซื้อปัจจุบันในขณะนั้น หรือ (ข) 12 เดือนหลังจากที่แจ้งให้ทราบ
  • 3. ภาระหน้าที่ของลูกค้า
    • 3.1 การปฏิบัติตามข้อกำหนด ลูกค้าจะ (ก) ตรวจสอบว่าการใช้บริการของลูกค้าและผู้ใช้ปลายทางซึ่งรวมถึงการเข้าถึงและใช้ข้อมูลลูกค้าโดยลูกค้าและผู้ใช้ปลายทางจะเป็นไปตามข้อตกลงนี้และข้อกำหนดของสัญญาหรือนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสัญญาการจ้างงานหรือนโยบายของนายจ้างเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี การรักษาความปลอดภัย หรือการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (ข) ใช้ความพยายามที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือใช้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาต และ (ค) แจ้งให้ Google ทราบทันทีถึงการใช้หรือการเข้าถึงบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่ลูกค้าทราบ
    • 3.2 ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม Google จะให้บริการผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมซึ่งลูกค้าและผู้ใช้ปลายทางจะเลือกใช้ได้ การใช้งานผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมนั้นๆ
    • 3.3 การดูแลระบบของบริการ
      • (ก) คอนโซลผู้ดูแลระบบ Google จะมอบสิทธิ์การเข้าถึงคอนโซลผู้ดูแลระบบให้แก่ลูกค้าเพื่อให้ผู้ดูแลระบบจัดการการใช้บริการนี้ (และการใช้บริการของผู้ใช้ปลายทาง หากมี) ลูกค้าอาจใช้คอนโซลผู้ดูแลระบบเพื่อกำหนดผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีผู้ดูแลระบบได้อย่างน้อยหนึ่งราย ลูกค้ามีหน้าที่ในการ (ก) เก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ปลายทางและรหัสผ่านที่เกี่ยวข้อง และ (ข) การใช้งานต่างๆ ของบัญชีผู้ใช้ปลายทาง ลูกค้ายอมรับว่าความรับผิดชอบของ Google ไม่รวมการจัดการหรือการดูแลระบบภายในของบริการให้แก่ลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทาง
      • (ข) สิทธิ์การเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ปลายทางของผู้ดูแลระบบ ผู้ดูแลระบบมีสิทธิ์เข้าถึง ตรวจสอบ ใช้ แก้ไข ระงับ หรือเปิดเผยข้อมูลลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้ปลายทางของลูกค้าและควบคุมการเข้าถึงบริการของผู้ใช้ปลายทาง ผู้ดูแลระบบยังอาจทำสิ่งต่อไปนี้ได้ (1) ควบคุมการตั้งค่าบัญชีให้กับบัญชีผู้ใช้ปลายทาง (รวมถึงการเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีผู้ใช้ปลายทาง) และ (2) นำบริการออกหรือปิดใช้บริการใดๆ หรือผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือบริการ/ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เปิดหรือติดตั้งโดยใช้บัญชีผู้ใช้ปลายทาง การใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือบริการ/ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วยบัญชีผู้ใช้ปลายทางจะถือเป็นความเสี่ยงของลูกค้าเอง
      • (ค) ตัวแทนจำหน่ายเป็นผู้ดูแลระบบ หากลูกค้าสั่งซื้อบริการผ่านตัวแทนจำหน่ายตามการพิจารณาตามที่เห็นสมควรของลูกค้าเอง ตัวแทนจำหน่ายอาจมีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีของลูกค้าและบัญชีผู้ใช้ปลายทางของลูกค้า ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่าง Google กับลูกค้านั้น ถือว่าลูกค้ามีความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในเรื่องดังนี้ (1) สิทธิ์ของตัวแทนจำหน่ายในการเข้าถึงบัญชีของลูกค้าหรือบัญชีผู้ใช้ปลายทางของลูกค้า และ (2) การระบุสิทธิ์หรือภาระหน้าที่ของตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับบริการนี้ในข้อตกลงของตัวแทนจำหน่าย
      • (ง) ความยินยอม ลูกค้าจะขอรับและรักษาความยินยอมทั้งหมดที่จำเป็นเพื่ออนุญาตให้ (1) ลูกค้าและผู้ใช้ปลายทางของลูกค้าใช้งานบริการเหล่านี้ หากเกี่ยวข้อง และ (2) เข้าถึง จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลลูกค้าภายใต้ข้อตกลงนี้
    • 3.4 การจำกัดการใช้งาน ลูกค้าจะไม่ดำเนินการต่อไปนี้และจะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางหรือบุคคลที่สามซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุม (ก) คัดลอก แก้ไข สร้างผลงานลอกเลียนแบบ วิศวกรรมย้อนกลับ แยกชิ้นส่วน แปล ถอดประกอบ หรือพยายามดึงข้อมูลซอร์สโค้ดของบริการเหล่านี้ (ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีการห้ามใช้ข้อจำกัดดังกล่าวอย่างชัดแจ้ง) (ข) ให้อนุญาตช่วง โอน หรือแจกจ่ายบริการใดๆ (ค) ขาย ขายต่อ หรือให้บริการแก่บุคคลที่สามในฐานะส่วนหนึ่งของข้อเสนอเชิงพาณิชย์ที่ไม่มีมูลค่าเชิงรูปธรรมที่แยกจากบริการเหล่านี้หรือ (ง) เข้าถึงหรือใช้บริการนี้ (1) เพื่อกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง (2) ในลักษณะที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียม (3) เพื่อเนื้อหาหรือกิจกรรมที่ขึ้นอยู่กับ International Traffic in Arms Regulations (ITAR) ที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาบังคับใช้ (4) ในลักษณะที่ละเมิดหรือเอื้อให้เกิดการละเมิดกฎหมายควบคุมการส่งออกหรือ (5) เพื่อส่ง จัดเก็บ หรือประมวลผลข้อมูลสุขภาพที่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ HIPAA ของสหรัฐอเมริกา ยกเว้นเมื่ออนุญาตโดย HIPAA BAA ที่มีผลบังคับใช้ ลูกค้าจะไม่ใช้และจะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ปลายทางใช้บริการเพื่อโทรออกหรือรับสายบริการฉุกเฉิน เว้นแต่ว่าจะกำหนดไว้ในข้อกำหนดเฉพาะของบริการ
    • 3.5 การติดตามการละเมิด ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการติดตาม ตอบกลับ และประมวลผลในทางอื่นๆ กับอีเมลที่ส่งถึงชื่อแทน "abuse" และ "postmaster" สำหรับชื่อโดเมนที่ได้รับการยืนยันเพื่อใช้กับบริการ แต่ Google อาจตรวจสอบชื่อโดเมนของอีเมลที่ส่งถึงชื่อแทนเหล่านี้ เพื่อให้ Google ระบุการละเมิดบริการได้
    • 3.6 การขอบัญชีผู้ใช้ปลายทางเพิ่มเติมระหว่างระยะคำสั่งซื้อ ลูกค้าอาจซื้อบัญชีผู้ใช้ปลายทางเพิ่มเติมระหว่างระยะคำสั่งซื้อโดย (ก) กรอกแบบฟอร์มคำสั่งซื้อเพิ่มเติมแก่ Google หรือตัวแทนจำหน่ายที่เกี่ยวข้องหรือ (ข) ผ่านคอนโซลผู้ดูแลระบบ บัญชีผู้ใช้ปลายทางเพิ่มเติมดังกล่าวจะมีระยะเวลาที่กำหนดเป็นสัดส่วนโดยสิ้นสุด ณ วันสุดท้ายของระยะคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้อง
  • 4. การชำระเงิน
    • 4.1 คำสั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย หากลูกค้าสั่งซื้อบริการจากตัวแทนจำหน่าย (ก) จะมีการกำหนดค่าธรรมเนียมระหว่างลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย และจะต้องชำระเงินให้กับตัวแทนจำหน่ายโดยตรงตามข้อตกลงของตัวแทนจำหน่าย (ข) ไม่บังคับใช้ข้อกำหนดส่วนที่เหลือในข้อ 4 (การชำระเงิน) กับบริการ (ค) ลูกค้าจะได้รับเครดิตการบริการที่เกี่ยวข้อง (หากมี) จากตัวแทนจำหน่าย (ง) ลูกค้าอาจขอบัญชีผู้ใช้ปลายทางเพิ่มเติมระหว่างระยะคำสั่งซื้อโดยการติดต่อตัวแทนจำหน่ายและ (จ) Google อาจแชร์ข้อมูลลูกค้าที่เป็นความลับกับตัวแทนจำหน่ายในฐานะผู้รับมอบสิทธิ์ภายใต้ข้อ 7.1 (ภาระหน้าที่ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ) ของข้อตกลงนี้
    • 4.2 การใช้งานและการออกใบแจ้งหนี้ ลูกค้าจะชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดของบริการ Google จะออกใบแจ้งหนี้ค่าธรรมเนียมทั้งหมดของบริการให้แก่ลูกค้า จะมีการใช้เครื่องมือวัดของ Google เพื่อกำหนดการใช้บริการของลูกค้า ลูกค้าอาจเลือกตัวเลือกในการเรียกเก็บเงินต่อไปนี้ หรือเลือกจากตัวเลือกอื่นๆ ที่ Google มีให้เมื่อสั่งซื้อบริการดังกล่าว Google อาจเปลี่ยนแปลงข้อเสนอตัวเลือกการเรียกเก็บเงิน รวมถึงการจำกัดหรือหยุดเสนอตัวเลือกการเรียกเก็บเงินใดๆ เมื่อแจ้งให้ทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลาสามสิบวัน (ซึ่งอาจดำเนินการทางอีเมล) ตัวเลือกการเรียกเก็บเงินอาจไม่มีให้กับลูกค้าทุกราย ลูกค้าจะชำระค่าบริการได้โดยใช้ตัวเลือกการชำระเงินที่ระบุในข้อ 4.3 (การชำระเงิน) ด้านล่าง
      • (ก) แพ็กเกจรายเดือน ถ้าลูกค้าเลือกตัวเลือกนี้ ลูกค้าจะไม่มีข้อผูกพันในการซื้อบริการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่จะชำระค่าบริการเป็นรายเดือน Google จะเรียกเก็บเงินกับลูกค้า: (1) สำหรับค่าธรรมเนียมตามการใช้บริการในแต่ละวันของลูกค้าในเดือนก่อนหน้า และ (2) รายเดือนหลังจากที่ใช้บริการ Google จะให้อัตรารายเดือนแก่ลูกค้าสำหรับบริการเมื่อลูกค้าสั่งซื้อบริการ และจะใช้อัตรานี้ในการคำนวณค่าธรรมเนียมตามอัตราส่วนที่เกิดขึ้นจริงสำหรับการใช้งานรายวันของลูกค้าในเดือนนั้น ในการคำนวณค่าธรรมเนียม การใช้บริการไม่เต็มวันจะปัดเป็น 1 วัน
      • (ข) แพ็กเกจรายปี ถ้าลูกค้าเลือกตัวเลือกนี้ ลูกค้าจะมีข้อผูกพันในการซื้อบริการจาก Google เป็นระยะเวลา 1 ปี Google จะเรียกเก็บเงินกับลูกค้าตามระยะเวลาที่ลูกค้าเลือกในแบบฟอร์มการสั่งซื้อ
    • 4.3 การชำระเงิน การชำระเงินทั้งหมดจะชำระเป็นดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ยกเว้นที่ระบุเป็นอย่างอื่นในแบบฟอร์มการสั่งซื้อหรือใบแจ้งหนี้
      • (ก) บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ค่าธรรมเนียมสำหรับใบสั่งซื้อที่ลูกค้าชำระด้วยบัตรเครดิตหรือรูปแบบการชำระเงินอื่นๆ ที่ไม่ใช่ใบแจ้งหนี้จะครบกำหนดชำระเมื่อสิ้นสุดเดือนที่ลูกค้าได้รับบริการ สำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ตามแต่ละกรณี (1) Google จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจากลูกค้าเมื่อครบกำหนดชำระ และ (2) จะถือว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้เกินกำหนดหลังจากครบสามสิบวันนับจากวันสิ้นเดือนที่ลูกค้าได้รับบริการนั้น
      • (ข) ใบแจ้งหนี้ การชำระเงินตามใบแจ้งหนี้จะครบกำหนดชำระภายในสามสิบวันนับจากวันที่ในใบแจ้งหนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นในหน้าใบสั่งซื้อ และจะถือว่าเกินกำหนดหลังจากวันที่ดังกล่าว
      • (ค) รูปแบบการชำระเงินอื่นๆ ลูกค้าสามารถเปลี่ยนวิธีชำระเงินเป็นวิธีที่ใช้ได้ภายในคอนโซลผู้ดูแลระบบ Google อาจอนุญาตให้ใช้รูปแบบการชำระเงินแบบอื่นๆ โดยกำหนดให้ใช้งานได้ภายในคอนโซลผู้ดูแลระบบ การชำระเงินแบบอื่นๆ ดังกล่าวอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม ซึ่งลูกค้าต้องยอมรับก่อนใช้รูปแบบการชำระเงินเพิ่มเติมนั้นๆ
    • 4.4 การชำระเงินเกินกำหนด
      • (ก) การชำระค่าธรรมเนียมของลูกค้าจะถือว่าเกินกำหนดหาก Google ไม่ได้รับเงินดังกล่าวภายในวันที่ครบกำหนดชำระ หากลูกค้าไม่ชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด Google อาจ (1) เรียกเก็บดอกเบี้ยจากจำนวนที่เกินกำหนดในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (หรืออัตราสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต หากต่ำกว่า) นับจากวันที่ครบกำหนดจนกว่าจะชำระเต็มจำนวนและ (2) ระงับหรือสิ้นสุดการให้บริการ
      • (ข) ลูกค้าจะชำระค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลทั้งหมด (รวมถึงค่าทนายความ) ที่เกิดขึ้นกับ Google ในการเรียกเก็บเงินที่เกินกำหนดคืนให้แก่ Google ยกเว้นในกรณีที่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดในการเรียกเก็บเงินของ Google เอง
    • 4.5 ใบสั่งซื้อ หากลูกค้าต้องการหมายเลขใบสั่งซื้อในใบแจ้งหนี้ ลูกค้าจะแจ้งหมายเลขใบสั่งซื้อในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อ หากลูกค้าไม่แจ้งหมายเลขใบสั่งซื้อ (ก) Google จะออกใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าโดยไม่มีหมายเลขใบสั่งซื้อ และ (ข) ลูกค้าจะชำระเงินตามใบแจ้งหนี้โดยไม่มีหมายเลขใบสั่งซื้อ ข้อกำหนดใดๆ ของใบสั่งซื้อจะถือเป็นโมฆะ
    • 4.6 ภาษี ภาษีไม่รวมอยู่ในค่าธรรมเนียม ลูกค้าจะต้องชำระภาษีสำหรับค่าบริการ หากกฎหมายกำหนดไว้ ลูกค้าจะหักภาษีจากเงินที่ชำระให้แก่ Google และให้ใบรับรองการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากลูกค้าไม่แสดงใบรับรองการละเว้นภาษีที่ถูกต้องอย่างตรงเวลา ลูกค้าจะชำระภาษีที่มีการเรียกเก็บสำหรับบริการดังกล่าว ลูกค้าจะหักภาษีหากกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งไม่เป็นการจำกัดภาระหน้าที่ในการชำระค่าธรรมเนียมของลูกค้า
    • 4.7 การแก้ไขราคา Google อาจแก้ไขราคาได้ทุกเมื่อ เว้นแต่จะมีการตกลงไว้เป็นอย่างอื่นในภาคผนวกหรือแบบฟอร์มคำสั่งซื้อ Google จะแจ้งลูกค้าล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันหากมีการเพิ่มราคาใดๆ
  • 5. บริการสนับสนุนด้านเทคนิค Google จะให้บริการสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ลูกค้าตามระยะเวลาที่ระบุในหลักเกณฑ์บริการสนับสนุนด้านเทคนิค (TSS) โดยอาจมีค่าธรรมเนียมในการสนับสนุนนี้ ตามแต่กรณีที่เหมาะสม หากลูกค้าซื้อบริการจากตัวแทนจำหน่าย แสดงว่าลูกค้ารับทราบและยอมรับว่าตัวแทนจำหน่ายอาจเปิดเผยข้อมูลลูกค้าแก่ Google ตามที่มีการกำหนดไว้อย่างสมเหตุสมผลเพื่อให้ตัวแทนจำหน่ายจัดการปัญหาด้านการสนับสนุนใดๆ ที่ลูกค้าส่งต่อไปยังหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายได้
  • 6. การระงับ
    • 6.1 ข้อกำจัดเกี่ยวกับการระงับบริการ Google อาจระงับบริการตามที่อธิบายไว้ในข้อ 6.2 (การละเมิด AUP) และ 6.3 (การระงับฉุกเฉิน) การระงับภายใต้ข้อดังกล่าวจะอยู่ภายในขอบเขตและระยะเวลาที่ต่ำสุดที่จำเป็นเพื่อ (ก) ป้องกันหรือสิ้นสุดการใช้งานที่ไม่เหมาะสม (ข) ป้องกันหรือแก้ไขปัญหาความปลอดภัยฉุกเฉินหรือ (ค) ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • 6.2 การละเมิด AUP หาก Google ทราบว่าการใช้บริการใดๆ ของลูกค้าหรือของผู้ใช้ปลายทางละเมิด AUP ทาง Google จะขอให้ลูกค้าแก้ไขปัญหาการละเมิดดังกล่าว หากลูกค้าแก้ไขปัญหาการละเมิดดังกล่าวไม่สำเร็จภายใน 24 ชั่วโมงหรือตามที่ร้องขอ หรือหากกฎหมายกำหนดให้ Google ดำเนินการ Google อาจทำการระงับบริการดังกล่าว
    • 6.3 การระงับฉุกเฉิน Google อาจระงับการใช้บริการของลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทาง หรือบัญชีผู้ใช้ปลายทางทันที หาก (ก) เกิดปัญหาความปลอดภัยฉุกเฉิน (ข) มีการกำหนดให้ Google ระงับบริการดังกล่าวเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง Google จะแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงสาเหตุของการระงับโดยเร็วที่สุดตามที่เหมาะสมแก่เหตุตามคำขอของลูกค้า เว้นแต่จะห้ามไว้โดยกฎหมาย สำหรับการระงับบัญชีผู้ใช้ปลายทาง Google จะให้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบของลูกค้าในการกู้คืนบัญชีผู้ใช้ปลายทางในบางกรณี
  • 7. การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    • 7.1 ภาระหน้าที่ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 7.2 (การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ) ผู้รับจะใช้ข้อมูลที่เป็นความลับของอีกฝ่าย เพื่อการใช้สิทธิ์และทำตามภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้เท่านั้น ผู้รับจะใช้ความระมัดระวังอย่างเหมาะสมในการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของอีกฝ่ายแก่ผู้อื่นนอกเหนือจากพนักงาน บริษัทในเครือ ตัวแทน หรือที่ปรึกษามืออาชีพ (“ตัวแทน”) ของผู้รับที่จำเป็นต้องรู้และมีภาระหน้าที่ตามกฎหมายในการรักษาข้อมูลนั้นให้เป็นความลับ ผู้รับต้องดูแลให้ตัวแทนของตนปฏิบัติตามภาระหน้าที่ในการไม่เปิดเผยความลับและการใช้ข้อมูลในลักษณะเดียวกัน
    • 7.2 การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ
      • (ก) โดยทั่วไป ผู้รับหรือบริษัทในเครืออาจเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของอีกฝ่ายโดยไม่คำนึงถึงระเบียบข้อบังคับอื่นๆ ในข้อตกลงนี้ (1) โดยสอดคล้องกับกระบวนการทางกฎหมายดังที่ระบุในข้อ 7.2(ข) (การแจ้งเตือนเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย) หรือ (2) เมื่อได้รับคำยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่าย
      • (ข) การแจ้งตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้รับจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อแจ้งอีกฝ่ายก่อนที่จะเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของฝ่ายดังกล่าวโดยสอดคล้องกับกระบวนการทางกฎหมาย ผู้รับไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบก่อนเปิดเผยข้อมูล ในกรณีที่ได้รับแจ้งว่า (1) ไม่ได้รับอนุญาตให้แจ้งตามกฎหมาย หรือ (2) กระบวนการทางกฎหมายนั้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ยกเว้นที่อาจทำให้บุคคลใดๆ ถึงแก่ความตายหรือการบาดเจ็บทางร่างกายขั้นรุนแรงแก่บุคคลใดๆ
      • (ค) การคัดค้าน ผู้รับและบริษัทในเครือจะต้องปฏิบัติตามคำขออันสมเหตุสมผลของอีกฝ่ายซึ่งคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของตน
  • 8. ทรัพย์สินทางปัญญา
    • 8.1 สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ข้อตกลงนี้ไม่มีการให้สิทธิ์ในเนื้อหาหรือทรัพย์สินทางปัญญาของอีกฝ่ายแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทั้งโดยนัยและอื่นใด เว้นแต่ว่าจะกำหนดไว้อย่างชัดแจ้งในข้อตกลงนี้ ระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ลูกค้าจะรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในข้อมูลของลูกค้า และ Google จะรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในบริการ
    • 8.2 สิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ Google จะแสดงเฉพาะสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของลูกค้าซึ่งลูกค้าอนุญาตให้ Google แสดงโดยการอัปโหลดเข้าสู่บริการ Google จะแสดงสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของลูกค้าภายในพื้นที่ที่กำหนดของหน้าเว็บที่แสดงบริการแก่ลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทาง Google อาจแสดงสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของ Google ในหน้าเว็บเพื่อระบุว่า Google เป็นผู้ให้บริการนี้
    • 8.3 ความคิดเห็น ลูกค้าอาจแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการแก่ Google ได้ตามต้องการ หากลูกค้าแสดงความคิดเห็น ถือว่าลูกค้าให้สิทธิ์ ความเป็นเจ้าของ และผลประโยชน์ทั้งหมดในความคิดเห็นนั้นแก่ Google
  • 9. การตลาดและการประชาสัมพันธ์ แต่ละฝ่ายอาจใช้สิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของอีกฝ่ายตามที่ข้อตกลงนี้ให้การอนุญาตเท่านั้น ลูกค้าอาจแจ้งต่อสาธารณชนว่าตนเองคือลูกค้าของ Google และแสดงสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของ Google ตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า Google อาจ (ก) ระบุทางวาจาว่าลูกค้าเป็นลูกค้าของ Google และ (ข) ระบุชื่อหรือสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของลูกค้าไว้ในรายชื่อลูกค้าของ Google ในเอกสารส่งเสริมการขายของ Google การใช้สิ่งแสดงแบรนด์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของฝ่ายที่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาในสิ่งแสดงแบรนด์นั้นๆ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจเพิกถอนสิทธิ์ของอีกฝ่ายในการใช้สิ่งแสดงแบรนด์ของตนได้ โดยต้องแจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายรับทราบพร้อมระบุระยะเวลาที่สมเหตุสมผลในการยกเลิกการใช้งาน
  • 10. การรับรอง การรับประกัน และข้อจำกัดความรับผิด
    • 10.1 การรับรองและการรับประกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายรับรองว่าตน (ก) มีอำนาจและสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการทำข้อตกลง และ (ข) จะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องในการให้หรือใช้บริการ ตามแต่ละกรณี
    • 10.2 ข้อจำกัดความรับผิด ยกเว้นเมื่อมีการระบุไว้ในข้อตกลงอย่างชัดแจ้ง ภายในขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาต Google (ก) ไม่มีการรับประกันใดๆ ทั้งแบบชัดแจ้ง โดยนัย ตามกฎหมายหรืออื่นๆ รวมถึงการรับประกันคุณค่าความเป็นสินค้า ความเหมาะสมต่อการใช้งานอย่างหนึ่งอย่างใด การไม่ละเมิดข้อกำหนด หรือการใช้บริการที่ปราศจากข้อผิดพลาดหรือใช้งานได้ไม่มีความขัดข้อง และ (ข) ไม่ได้เป็นตัวแทนเกี่ยวกับเนื้อหาหรือข้อมูลที่เข้าถึงได้ผ่านทางบริการ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอื่นในข้อตกลง ลูกค้ารับทราบว่าเหล่านี้ไม่ใช่บริการที่ใช้โทรออกหรือรับสายบริการฉุกเฉินได้
  • 11. ระยะเวลาและการสิ้นสุด
    • 11.1 ระยะเวลาของข้อตกลง ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับตลอดระยะเวลา ยกเว้นจะหมดอายุหรือมีการสิ้นสุดตามข้อตกลงนี้
    • 11.2 การต่ออายุ
      • (ก) เมื่อใช้แพ็กเกจรายเดือน เมื่อใช้แพ็กเกจรายเดือน ลูกค้าจะไม่มีข้อผูกพันที่จะซื้อบริการตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ดังนั้น จะไม่มีการต่ออายุสำหรับแพ็กเกจรายเดือน แต่ Google จะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมกับลูกค้าตามเงื่อนไขของข้อ 4.1(ก) ข้างต้น
      • (ข) เมื่อใช้แพ็กเกจรายปี เมื่อสิ้นสุดระยะคำสั่งซื้อในแต่ละช่วง บริการจะต่ออายุตามตัวเลือกที่ลูกค้าระบุไว้ในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อหรือคอนโซลผู้ดูแลระบบ
      • (ค) โดยทั่วไป ลูกค้าอาจเปลี่ยนจำนวนบัญชีผู้ใช้ปลายทางที่จะต่ออายุผ่านคอนโซลผู้ดูแลระบบ ลูกค้าจะชำระเงินค่าบัญชีผู้ใช้ปลายทางที่ต่ออายุทั้งหมดให้กับ Google ตามอัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบัน ณ ขณะนั้น ยกเว้นกรณีที่ลูกค้าและ Google ตกลงร่วมกันเป็นอย่างอื่น หากฝ่ายใดไม่ต้องการต่ออายุบริการ ก็จะมีการแจ้งให้อีกฝ่ายทราบเป็นลายลักษณ์อักษรตามความประสงค์นี้อย่างน้อยสิบห้าวันก่อนสิ้นสุดระยะคำสั่งซื้อในรอบดังกล่าว ประกาศไม่ต่ออายุนี้จะมีผลเมื่อสิ้นสุดระยะคำสั่งซื้อปัจจุบันในขณะนั้น
    • 11.3 การสิ้นสุดเนื่องจากการละเมิด คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอาจสิ้นสุดข้อตกลงนี้หากอีกฝ่าย (ก) ละเมิดข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรมและเยียวยาการละเมิดนั้นภายในสามสิบวันนับจากได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ได้ หรือ (ข) เลิกดำเนินธุรกิจ หรือต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายโดยนานเกินกว่าเก้าสิบวัน
    • 11.4 การสิ้นสุดเนื่องจากไม่มีการใช้งาน Google ขอสงวนสิทธิ์ในการสิ้นสุดข้อตกลงและการให้บริการโดยการแจ้งล่วงหน้า 30 วัน หากลูกค้าซึ่งรวมถึงผู้ใช้ปลายทาง (ก) ไม่ได้เข้าถึงคอนโซลผู้ดูแลระบบ (ข) ไม่ได้ใช้บริการ เป็นระยะเวลา 60 วันติดต่อกัน
    • 11.5 ผลจากการสิ้นสุดบริการ หากข้อตกลงสิ้นสุดหรือหมดอายุ แบบฟอร์มคำสั่งซื้อทั้งหมดจะสิ้นสุดหรือหมดอายุด้วยเช่นกัน ตามที่เหมาะสม หากข้อตกลงสิ้นสุดหรือหมดอายุ (ก) สิทธิ์และการเข้าถึงบริการทั้งหมดภายใต้ข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดด้วยเช่นกัน (รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลลูกค้า) และ (ข) Google จะส่งใบแจ้งหนี้ใบสุดท้ายให้แก่ลูกค้า
    • 11.6 การมีผลต่อไป ข้อ 4 (การชำระเงิน), 7 (การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ), 8 (ทรัพย์สินทางปัญญา), 10.2 (ข้อจำกัดความรับผิด), 11.5 (ผลจากการสิ้นสุดบริการ), 12 (การชดใช้ค่าเสียหาย), 13 (ความรับผิด), 14 (เบ็ดเตล็ด) และ 16 (คำนิยาม) จะยังมีผลหลังจากการหมดอายุหรือการสิ้นสุดข้อตกลงนี้
  • 12. การชดใช้ค่าเสียหาย
    • 12.1 ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของ Google Google จะปกป้องลูกค้าและบริษัทในเครือที่เข้าร่วมข้อตกลง (“ฝ่ายลูกค้าที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย") โดยจะชดใช้ค่าเสียหายจากความรับผิดที่ได้รับความคุ้มครองในการดำเนินคดีตามกฎหมายของบุคคลที่สามตามขอบเขตที่เกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาว่าฝ่ายลูกค้าที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายใช้เนื้อหาที่ได้รับความคุ้มครองของ Google ตามข้อตกลงเพื่อละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลที่สาม
    • 12.2 ภาระในการชดใช้ค่าเสียหายของลูกค้า เว้นแต่จะห้ามไว้โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าจะปกป้อง Google และบริษัทในเครือ และจะชดใช้ค่าเสียหายจากการรับผิดที่ได้รับความคุ้มครองในการดำเนินคดีตามกฎหมายของบุคคลที่สามตามขอบเขตที่เกิดขึ้นจาก (ก) เนื้อหาที่ได้รับความคุ้มครองของลูกค้าหรือ (ข) การใช้บริการของลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทางที่ละเมิดนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้หรือข้อจำกัดการใช้งาน
    • 12.3 ข้อยกเว้นในการชดใช้ค่าเสียหาย ข้อ 12.1 (ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของ Google) และ 12.2 (ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของลูกค้า) จะไม่มีผลบังคับใช้ในกรณีที่มีคำกล่าวหาอันเกิดจาก (ก) การละเมิดข้อตกลงนี้จากฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย หรือ (ข) การรวมเนื้อหาที่ได้รับความคุ้มครองของ Google หรือลูกค้า (ตามแต่ละกรณี) กับเนื้อหาที่ไม่ได้มาจากฝ่ายที่ชดใช้ค่าเสียหายภายใต้ข้อตกลงนี้ เว้นแต่การรวมดังกล่าวจะกำหนดไว้โดยข้อตกลงนี้
    • 12.4 เงื่อนไขการชดใช้ค่าเสียหาย ข้อ 12.1 (ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของ Google) และ 12.2 (ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของลูกค้า) เป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้
      • (ก) ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายต้องแจ้งข้อกล่าวหาที่นำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายของบุคคลที่สามให้ฝ่ายที่ชดใช้ค่าเสียหายทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรทันที และให้ความร่วมมืออย่างเหมาะสมกับฝ่ายที่ชดใช้ค่าเสียหายเพื่อแก้ไขข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีทางกฎหมายของบุคคลที่สาม หากการฝ่าฝืนข้อ 12.4(ก) ส่งผลต่อการป้องกันการดำเนินคดีตามกฎหมายของบุคคลที่สาม ภาระหน้าที่ของฝ่ายชดใช้ค่าเสียหายในข้อ 12.1 (ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของ Google) หรือ 12.2 (ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายของลูกค้า) (ตามแต่กรณี) จะลดลงตามสัดส่วนของความเสียหาย
      • (ข) ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจะต้องดำเนินการควบคุมสัดส่วนที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากการดำเนินคดีตามกฎหมายของบุคคลที่สามกับฝ่ายที่ชดใช้ค่าเสียหาย โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่อไปนี้ (1) ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายอาจแต่งตั้งทนายอิสระโดยแบกรับค่าใช้จ่ายของตนเอง (2) การระงับข้อพิพาทใดๆ ที่ต้องให้ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายยอมรับผิด ชำระเงิน หรือดำเนินการ (หรืองดเว้นการดำเนินการใดๆ) จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายก่อนว่าจะไม่ระงับการดำเนินการ ตั้งเงื่อนไข หรือดำเนินการล่าช้าอย่างไม่สมเหตุผล
    • 12.5 การชดเชย
      • (ก) หาก Google มีเหตุอันควรให้เชื่อว่าบริการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลที่สาม Google จะดำเนินการได้ดังนี้ตามดุลยพินิจและความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว (1) ขอรับสิทธิ์ให้ลูกค้าใช้บริการได้ต่อไป (2) ปรับเปลี่ยนบริการให้ไม่ละเมิดสิทธิ์โดยไม่ลดฟังก์ชันการใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ หรือ (3) จัดหาทางเลือกอื่นที่มีฟังก์ชันการทำงานเทียบเท่าและไม่ละเมิดสิทธิ์นั้นแทนบริการนี้
      • (ข) หาก Google ไม่เชื่อว่าการเยียวยาในข้อ 12.5(ก) จะทำได้อย่างสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์ Google อาจระงับหรือสิ้นสุดบริการที่ได้รับผลกระทบ
    • 12.6 สิทธิ์และภาระหน้าที่แต่เพียงผู้เดียว ข้อ 12 (การชดใช้ค่าเสียหาย) นี้ระบุการเยียวยาพิเศษเฉพาะสำหรับคู่สัญญาแต่เพียงผู้เดียวภายใต้ข้อตกลงนี้อันเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลที่สามที่ครอบคลุมโดยข้อ 12 (การชดใช้ค่าเสียหาย) นี้ โดยไม่ส่งผลต่อสิทธิ์ในการสิ้นสุดการบริการ
  • 13. ความรับผิด
    • 13.1 ความรับผิดที่จำกัด
      • (ก) ในกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาตและเป็นไปตามข้อ 13.2 (ความรับผิดที่ไม่จำกัด) ทั้งสองฝ่ายจะไม่ต้องมีความรับผิดใดๆ ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้ในกรณีของ (1) การสูญเสียรายได้ ผลกำไร เงินออม หรือค่าความนิยม หรือ (2) ความเสียหายทั้งโดยอ้อม ในกรณีพิเศษ เกิดขึ้นเอง เป็นผลของเหตุการณ์อื่น หรือความเสียหายที่เป็นบทลงโทษ
      • (ข) ความรับผิดโดยรวมของแต่ละฝ่ายสำหรับการสูญเสียที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้จะจำกัดไว้เพียงค่าธรรมเนียมที่ลูกค้าจ่ายภายใต้ข้อตกลงนี้ในช่วง 12 เดือนก่อนเกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความรับผิดดังกล่าว
    • 13.2 ความรับผิดที่ไม่จำกัด ข้อตกลงนี้ไม่มีส่วนใดยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายต่อ (ก) การเสียชีวิต การบาดเจ็บต่อตัวบุคคล หรือความเสียหายด้านทรัพย์สินส่วนตัวที่เป็นรูปธรรมอันเป็นผลมาจากความประมาทของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือความประมาทของพนักงานหรือตัวแทน (ข) การฉ้อโกงหรือการหลอกลวง (ค) ภาระหน้าที่ในข้อ 12 (การชดใช้ค่าเสียหาย) (ง) การละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของคู่สัญญาอีกฝ่าย (จ) ภาระหน้าที่ในการจ่ายเงิน หรือ (ฉ) ในกรณีที่ยกเว้นความรับผิดหรือจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่ได้
  • 14. เบ็ดเตล็ด
    • 14.1 การแจ้ง Google อาจแจ้งข้อมูลใดๆ แก่ลูกค้าโดย (ก) ส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลรับการแจ้งเตือน หรือ (ข) โพสต์ประกาศแจ้งในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ลูกค้าอาจแจ้งข้อมูลใดๆ แก่ Google โดยส่งอีเมลมาที่ legal-notices@google.com โดยจะถือว่าได้รับการแจ้งเมื่อ (1) ส่งอีเมลแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะได้รับอีเมลหรือไม่ก็ตาม หรือ (2) มีการโพสต์การแจ้งในคอนโซลผู้ดูแลระบบ ลูกค้ามีหน้าที่แก้ไขที่อยู่อีเมลรับการแจ้งเตือนให้เป็นปัจจุบันตลอดระยะคำสั่งซื้อ
    • 14.2 อีเมล ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทุกฝ่ายอาจใช้อีเมลแทนการอนุมัติหรือคำยินยอมที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่จำเป็น
    • 14.3 การให้สิทธิ์ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะให้สิทธิ์ข้อตกลงนี้ไม่ได้ หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากอีกฝ่าย ยกเว้นแก่บริษัทในเครือ โดยมีเงื่อนไขดังนี้ (ก) ผู้รับโอนสิทธิ์ยอมรับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะมีข้อผูกพันตามข้อกำหนดของข้อตกลงนี้ (ข) ผู้ให้สิทธิ์ยังคงมีความรับผิดต่อภาระหน้าที่ที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงนี้หากผู้รับมอบผิดข้อตกลง และ (ค) ผู้ให้สิทธิ์ได้แจ้งให้อีกฝ่ายทราบแล้ว ความพยายามอื่นใดในการที่จะให้สิทธิ์จะถือว่าเป็นโมฆะ
    • 14.4 การเปลี่ยนการควบคุม หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสบกับการเปลี่ยนแปลงการควบคุมที่นอกเหนือไปจากการปรับโครงสร้างภายในหรือการปรับโครงสร้างองค์กร (ก) ฝ่ายดังกล่าวจะแจ้งให้อีกฝ่ายทราบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วันนับจากมีการเปลี่ยนแปลงการควบคุม และ (ข) อีกฝ่ายอาจสิ้นสุดข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อใดก็ได้ภายใน 30 วันนับจากที่ได้รับแจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
    • 14.5 สิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม คู่สัญญาไม่มีความรับผิดสำหรับความล้มเหลวหรือความล่าช้าในการปฏิบัติงานในภาระหน้าที่ ในขอบเขตที่สถานการณ์บังคับให้อยู่นอกเหนือการควบคุม ซึ่งรวมถึงเหตุสุดวิสัย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การก่อการร้าย การจลาจล หรือสงคราม
    • 14.6 การเหมาช่วง Google อาจเหมาช่วงภาระหน้าที่ภายใต้ข้อตกลงนี้ แต่จะยังมีความรับผิดแก่ลูกค้าจากภาระหน้าที่ที่เหมาช่วงใดๆ
    • 14.7 ไม่มีการสละสิทธิ์ จะไม่มีการถือว่าคู่สัญญาได้สละสิทธิ์ใดๆ โดยการไม่ใช้ (หรือการเลื่อนเวลาในการใช้) สิทธิ์ใดๆ ภายใต้ข้อตกลง
    • 14.8 การแยกออกจากกันได้ หากข้อใด (หรือส่วนของข้อ) ของข้อตกลงนี้ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย หรือบังคับใช้ไม่ได้ ส่วนที่เหลือของข้อตกลงจะยังคงมีผลบังคับใช้
    • 14.9 ไม่มีตัวแทน ข้อตกลงนี้ไม่มีการสร้างตัวแทน พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ หรือกิจการร่วมค้าใดๆ ระหว่างคู่สัญญา
    • 14.10 ไม่มีผู้รับผลประโยชน์ที่เป็นบุคคลที่สาม ข้อตกลงนี้ไม่ได้มีการมอบผลประโยชน์ใดๆ แก่บุคคลที่สาม นอกจากว่าข้อตกลงจะระบุไว้เช่นนั้นอย่างชัดแจ้ง
    • 14.11 การเยียวยา ไม่มีส่วนใดในข้อตกลงนี้ที่จำกัดสิทธิ์ของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการแสวงหาการเยียวยา
    • 14.12 กฎหมายที่ควบคุม การอ้างทั้งหมดที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้หรือบริการเหล่านี้จะอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ยกเว้นกฎเรื่องกฎหมายขัดกันของรัฐและจะได้รับฟ้องเรียกค่าเสียหายเฉพาะตัวในศาลสหรัฐฯ หรือศาลประจำรัฐของซานตาแคลราเคาน์ตี แคลิฟอร์เนีย คู่สัญญาทั้งสองยอมรับต่อเขตอำนาจศาลตามหลักบุคคลในศาลเหล่านั้น
    • 14.13 การแก้ไข การแก้ไขใดๆ ต่อข้อตกลงนี้จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร และระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นการแก้ไขข้อตกลงนี้ รวมทั้งได้รับการลงนามโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ยกเว้นระบุไว้เป็นอย่างอื่นในข้อตกลงนี้
    • 14.14 การพัฒนาอิสระ ข้อตกลงฉบับนี้ไม่มีส่วนใดที่จะตีความเพื่อจำกัดคู่สัญญาอีกฝ่ายจากการพัฒนาอย่างเป็นอิสระ การจัดหา หรือการได้มาซึ่งเนื้อหา บริการ ผลิตภัณฑ์ โปรแกรม หรือเทคโนโลยีใดๆ ที่คล้ายกับเป้าหมายของข้อตกลงนี้ซึ่งระบุไว้ว่าฝ่ายดังกล่าวจะไม่ละเมิดภาระหน้าที่ในการทำเช่นนั้นตามข้อตกลงนี้
    • 14.15 ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ข้อตกลงนี้กล่าวถึงข้อกำหนดทั้งหมดที่ตกลงร่วมกันระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย และมีผลแทนข้อตกลงก่อนหน้านี้หรือที่มีอยู่ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของข้อตกลงนี้ ในการทำข้อตกลงนี้ คู่สัญญาไม่ได้มีการพึ่งพาและจะไม่มีสิทธิ์หรือการชดเชยใดๆ ตามคำแถลง การรับรอง หรือการรับประกันใดๆ (ไม่ว่าจะกระทำโดยความประมาทหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์) นอกจากที่ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในข้อตกลงนี้ ข้อตกลงนี้ประกอบด้วยลิงก์ URL ไปยังข้อกำหนดอื่น (รวมถึงข้อกำหนดของ URL) ซึ่งจะรวมไว้ด้วยวิธีการอ้างอิงในข้อตกลงนี้
    • 14.16 ข้อกำหนดที่ขัดแย้ง หากมีข้อขัดแย้งระหว่างเอกสารต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นข้อตกลงนี้ เอกสารจะมีผลบังคับตามลำดับต่อไปนี้: แบบฟอร์มคำสั่งซื้อ ข้อตกลง และข้อกำหนดของ URL
    • 14.17 สำเนาคู่ คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายสามารถลงนามในข้อตกลงนี้เป็นสำเนาที่เหมือนกันทั้งหมดได้ รวมถึงการใช้โทรสาร PDF หรือสำเนาอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งเมื่อใช้ร่วมกันจะถือเป็นเอกสารทางกฎหมาย 1 ฉบับ
    • 14.18 ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยอมรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์
    • 14.19 ส่วนหัว ส่วนหัวและคำอธิบายภาพที่ใช้ในข้อตกลงนี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงเท่านั้นและจะไม่มีผลกระทบต่อการตีความข้อตกลงนี้
  • 15. คำนิยาม
    • "นโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้" หรือ "AUP" หมายถึงนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้สำหรับบริการที่มีให้ที่ https://gsuite.google.com/intl/th/terms/use_policy.html
    • "บัญชี" หมายถึงข้อมูลบัญชี Google ของลูกค้าและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องในการเข้าถึงบริการภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้
    • "ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม" หมายถึงผลิตภัณฑ์ บริการ และแอปพลิเคชันเพิ่มเติมที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของบริการ แต่อาจเข้าถึงได้เพื่อใช้งานร่วมกับบริการได้
    • "ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม" หมายถึงข้อกำหนดปัจจุบันขณะนั้นใน https://gsuite.google.com/intl/th/terms/additional_services.html
    • "บัญชีผู้ดูแลระบบ" หมายถึงประเภทของบัญชีผู้ใช้ปลายทางที่ลูกค้า (หรือตัวแทนจำหน่าย หากมี) อาจใช้เพื่อดูแลระบบของบริการ
    • "คอนโซลผู้ดูแลระบบ" หมายถึงคอนโซลและเครื่องมือออนไลน์ที่ Google มอบให้แก่ลูกค้าเพื่อใช้ดูแลระบบของบริการ
    • "ผู้ดูแลระบบ" หมายถึงบุคลากรทางเทคนิคที่ลูกค้าแต่งตั้งให้ดูแลบริการในนามของลูกค้าและอาจมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลูกค้าและบัญชีของผู้ใช้ปลายทางได้
    • "โฆษณา" หมายถึงโฆษณาออนไลน์ที่ Google แสดงแก่ผู้ใช้ปลายทาง ยกเว้นโฆษณาที่ลูกค้าเลือกอย่างชัดแจ้งให้ Google หรือบริษัทในเครือแสดงอันเกี่ยวข้องกับบริการภายใต้ข้อตกลงแยกต่างหาก (เช่น โฆษณา Google AdSense ที่ลูกค้าดำเนินการในเว็บไซต์ที่ลูกค้าสร้างโดยใช้ฟังก์ชันการทำงานของ "Google Sites" ภายในบริการ)
    • "บริษัทในเครือ" หมายถึงนิติบุคคลที่ควบคุม ถูกควบคุม หรืออยู่ในการควบคุมระดับเดียวกับคู่สัญญา ทั้งทางตรงและทางอ้อม
    • "BAA" หรือ "ข้อตกลงสำหรับผู้ร่วมธุรกิจ" คือภาคผนวกของข้อตกลงนี้ที่ครอบคลุมการจัดการข้อมูลสุขภาพที่ได้รับความคุ้มครอง (ตามที่กำหนดไว้ใน HIPAA)
    • "สิ่งแสดงความเป็นแบรนด์" หมายถึงชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า โลโก้ ชื่อโดเมน และสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์เฉพาะของแต่ละฝ่าย
    • "ข้อมูลที่เป็นความลับ" หมายถึงข้อมูลที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (หรือบริษัทในเครือ) เปิดเผยให้กับบุคคลอื่นภายใต้ข้อตกลงนี้ และมีการกำกับไว้ว่าเป็นความลับ หรือโดยปกติถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับภายใต้สถานการณ์นั้นๆ ข้อมูลลูกค้าคือข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้า ข้อมูลที่เป็นความลับไม่รวมข้อมูลที่ผู้รับพัฒนาขึ้นโดยอิสระที่แชร์ให้กับผู้รับโดยบุคคลที่สามโดยปราศจากภาระหน้าที่ในการรักษาความลับ หรือกลายเป็นข้อมูลสาธารณะโดยไม่ใช่ความผิดของผู้รับ
    • "การควบคุม" หมายถึงการควบคุมเกินกว่า 50% ของสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดหรือส่วนได้ส่วนเสียของฝ่ายหนึ่ง
    • "บริการหลัก" หมายถึงบริการหลักของ G Suite ตามที่อธิบายไว้ในข้อมูลสรุปของบริการ
    • "ข้อมูลลูกค้า" หมายถึงข้อมูลที่จัดส่ง จัดเก็บ ส่ง หรือได้รับผ่านบริการที่ดำเนินการโดยลูกค้า บริษัทในเครือของลูกค้า หรือผู้ใช้ปลายทางของลูกค้า
    • "เนื้อหาที่ได้รับความคุ้มครองของลูกค้า" หมายถึงข้อมูลลูกค้าและสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของลูกค้า
    • "ที่อยู่อีเมลของโดเมน" หมายถึงที่อยู่อีเมลในชื่อโดเมนซึ่งจะใช้ร่วมกับบริการ
    • "ชื่อโดเมน" หมายถึงชื่อโดเมนที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อเพื่อใช้ร่วมกับบริการเหล่านี้
    • "ปัญหาด้านความปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน" หมายถึงข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ (ก) การใช้บริการของลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทางที่ละเมิดนโยบายการใช้งานที่ยอมรับได้ ซึ่งการใช้งานดังกล่าวอาจทำให้เกิดความขัดข้องกับสิ่งต่อไปนี้ (1) บริการ (2) การใช้บริการของลูกค้าคนอื่น (3) เครือข่ายหรือเซิร์ฟเวอร์ของ Google ที่ใช้ในการให้บริการ หรือ (ข) การเข้าถึงบริการโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
    • "ผู้ใช้ปลายทาง" หมายถึงบุคคลที่ลูกค้าอนุญาตให้ใช้บริการซึ่งจะได้รับการจัดการโดยผู้ดูแลระบบ
    • "บัญชีผู้ใช้ปลายทาง" หมายถึงบัญชีที่ Google โฮสต์ซึ่งลูกค้าเป็นผู้สร้างผ่านผู้ดูแลระบบให้กับผู้ใช้ปลายทางเพื่อใช้บริการเหล่านี้
    • "กฎหมายควบคุมการส่งออก" หมายถึงกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ควบคุมการส่งออกและการส่งออกซ้ำทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง (ก) Export Administration Regulations ("EAR") ที่กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ บังคับใช้ (ข) การลงโทษทางการค้าและเศรษฐกิจที่สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ในต่างประเทศของกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ บังคับใช้ และ (ค) International Traffic in Arms Regulations ("ITAR") ที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ บังคับใช้
    • "ความคิดเห็น" หมายถึงความคิดเห็นหรือคำแนะนำเกี่ยวกับบริการนี้ที่ลูกค้ามอบให้ Google
    • "ค่าธรรมเนียม" หมายถึงปริมาณการใช้หรือสั่งซื้อบริการของลูกค้าคูณด้วยราคา และบวกภาษีที่เกี่ยวข้อง
    • "เนื้อหาที่ได้รับความคุ้มครองของ Google" หมายถึงเทคโนโลยีของ Google ที่ใช้เพื่อให้บริการและแสดงสิ่งแสดงความเป็นแบรนด์ของ Google
    • "กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง" หมายถึงกิจกรรมที่การใช้บริการหรือความล้มเหลวของบริการอาจนำไปสู่การเสียชีวิต การบาดเจ็บส่วนบุคคล หรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติการของหน่วยงานพลังงานนิวเคลียร์ การควบคุมจราจรทางอากาศ ระบบกู้ชีพ หรืออาวุธยุทโธปกรณ์
    • "HIPAA" หมายถึงกฎหมาย Health Insurance Portability and Accountability Act ปี ค.ศ. 1996 ซึ่งอาจมีการแก้ไขหลังจากนั้น และระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ออกภายใต้อำนาจของกฎหมายนี้
    • "รวมถึง" หมายถึง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
    • "ความรับผิดที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหาย" หมายถึง (1) จำนวนเงินชดใช้ที่ฝ่ายที่ชดใช้ค่าเสียหายอนุมัติ และ (2) ความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ต้องให้ฝ่ายที่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายและบริษัทในเครือจากคำตัดสินอันเป็นที่สิ้นสุดของศาลที่มีอำนาจ
    • "ทรัพย์สินทางปัญญา" หรือ "IP" หมายถึงสิ่งใดๆ ก็ตามที่ปกป้องได้ด้วยสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา
    • "สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา" หมายถึงสิทธิ์ในสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ สิทธิ์ในความลับทางการค้า (หากมี) สิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า สิทธิ์ในการออกแบบ สิทธิ์ในฐานข้อมูล สิทธิ์ในชื่อโดเมน สิทธิ์อันชอบธรรม และสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ทั้งหมด (ทั้งที่มีการจดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน) ทั่วโลก
    • "กระบวนการทางกฎหมาย" หมายถึงคำขอให้เปิดเผยข้อมูลที่จัดทำขึ้นตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับของรัฐบาล คำสั่งศาล หมายเรียก หมายอาญา ระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลหรือคำขอจากหน่วยงาน หรืออำนาจตามกฎหมายอื่นๆ กระบวนการทางกฎหมาย หรือกระบวนการที่คล้ายกันที่มีผลบังคับใช้
    • "ความรับผิด" หมายถึงความรับผิดใดๆ ทั้งภายใต้สัญญา จากการละเมิด (รวมถึงความประมาท) หรืออื่นๆ โดยไม่คำนึงว่าจะอีกฝ่ายมีการคาดการณ์ล่วงหน้าหรือไตร่ตรองมาแล้วหรือไม่
    • "อีเมลสำหรับการแจ้งเตือน" หมายถึงอีเมลที่ลูกค้ากำหนดเพื่อรับการแจ้งเตือนทางอีเมลในคอนโซลผู้ดูแลระบบ
    • "แบบฟอร์มคำสั่งซื้อ" หมายถึงหน้าคำสั่งซื้อออนไลน์หน้าเดียวหรือหลายหน้า หรือเอกสารการสั่งซื้ออื่นๆ ที่เป็นที่ยอมรับได้ของ Google ภายใต้ข้อตกลงนี้ที่ออกโดย Google และยอมรับโดย Google ซึ่งระบุไว้ว่า Google จะให้บริการแก่ลูกค้าภายใต้ข้อตกลงนี้
    • "ระยะคำสั่งซื้อ" หมายถึงระยะเวลาที่เริ่มต้นจากวันที่เริ่มต้นบริการและต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อ โดยจะสิ้นสุดได้ก่อนเวลาตามข้อตกลงฉบับนี้
    • "บริการอื่นๆ" หมายถึง “บริการอื่นๆ ของ G Suite” ตามที่อธิบายไว้ในข้อมูลสรุปของบริการ
    • "ราคา" หมายถึงราคาที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ใน https://gsuite.google.com/intl/th/pricing.html ยกเว้นจะตกลงไว้เป็นอย่างอื่นในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อหรือฉบับแก้ไข
    • "ตัวแทนจำหน่าย" หมายถึงตัวแทนจำหน่ายบุคคลที่สามที่ได้รับอนุญาตและไม่ใช่บริษัทในเครือที่จำหน่ายบริการให้แก่ลูกค้า ตามแต่ละกรณี
    • "ข้อตกลงของตัวแทนจำหน่าย" หมายถึงข้อตกลงแยกต่างหากระหว่างลูกค้ากับตัวแทนจำหน่ายซึ่งเกี่ยวข้องกับบริการนี้ ทั้งนี้ ข้อตกลงของตัวแทนจำหน่ายนั้นแยกเป็นอิสระและอยู่นอกขอบเขตของข้อตกลงฉบับนี้
    • "ข้อกำหนดเฉพาะของบริการ" หมายถึงข้อกำหนดเฉพาะของบริการเดียวหรือหลายบริการที่ระบุไว้ใน https://gsuite.google.com/intl/th/terms/service-terms/
    • "บริการ" หมายถึงบริการหลักและบริการอื่นๆ ที่สั่งซื้อในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อที่เกี่ยวข้อง
    • "วันที่เริ่มต้นบริการ" หมายถึงวันที่ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์มคำสั่งซื้อหรือวันที่ที่ Google ให้บริการแก่ลูกค้า หากเป็นวันที่หลังจากนั้น
    • "ข้อมูลบริการโดยสรุป" หมายถึงคำอธิบายปัจจุบันในขณะนั้นที่อยู่ใน https://gsuite.google.com/intl/th/terms/user_features.html
    • "การเลิกใช้งานซึ่งมีนัยสำคัญ" หมายถึงการเลิกให้บริการอย่างเป็นรูปธรรมหรือการเปลี่ยนแปลงบริการหลักแบบย้อนหลังซึ่งใช้ร่วมกันไม่ได้อันส่งผลให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ปลายทางดำเนินการต่อไปนี้ในบริการไม่ได้อีกต่อไป (1) ส่งและรับข้อความอีเมล (2) จัดตารางเวลาและจัดการกิจกรรม (3) สร้าง แชร์ จัดเก็บ และซิงค์ข้อมูลไฟล์ (4) สื่อสารกับผู้ใช้ปลายทางรายอื่นๆ แบบเรียลไทม์ หรือ (5) ค้นหา เก็บ และส่งออกข้อความอีเมล
    • "SLA" หมายถึงข้อตกลงระดับการให้บริการปัจจุบันในขณะนั้นที่ระบุไว้ใน https://gsuite.google.com/intl/th/terms/sla.html
    • "ระงับ" หรือ "การระงับ" หมายถึงการปิดการเข้าถึงหรือการใช้บริการหรือองค์ประกอบของบริการ
    • "ภาษี" หมายถึงภาษีทั้งหมดที่รัฐบาลเรียกเก็บ ยกเว้นภาษีที่คิดจากรายได้สุทธิ ทรัพย์สินสุทธิ มูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าสินทรัพย์ หรือการจ้างงานของลูกค้าหรือของ Google
    • "ระยะเวลา" หมายถึงระยะเวลาที่เริ่มต้นจากวันที่มีผลบังคับใช้และจะยังคงมีผลบังคับใช้ตราบเท่าที่มีแบบฟอร์มคำสั่งซื้อที่มีการใช้งานอยู่
    • "การดำเนินคดีตามกฎหมายของบุคคลที่สาม" หมายถึงการฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ อย่างเป็นทางการตามกฎหมายที่บุคคลที่สามซึ่งไม่ใช่บริษัทในเครือยื่นต่อศาลหรือศาลยุติธรรมของรัฐ (รวมการฟ้องร้องศาลอุทธรณ์)
    • "หลักเกณฑ์ด้านเครื่องหมายการค้า" หมายถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขของแบรนด์ Google ที่ระบุไว้ใน http://www.google.com/permissions/trademark/brand-terms.html
    • "TSS" หมายถึงบริการสนับสนุนทางเทคนิคที่ Google จัดหาให้แก่ลูกค้าตามหลักเกณฑ์ TSS
    • "หลักเกณฑ์ TSS" หมายถึงหลักเกณฑ์บริการสนับสนุนปัจจุบันในขณะนั้นที่ https://gsuite.google.com/intl/th/terms/tssg.html
    • "ข้อกำหนดของ URL" หมายถึงนโยบายการใช้งานที่เกี่ยวข้อง, ข้อกำหนดเฉพาะของบริการ, SLA และหลักเกณฑ์ TSS
    • "ข้อกำจัดการใช้" หมายถึงข้อจำกัดในข้อ 3.5 (ข้อกำจัดการใช้) ของข้อตกลงนี้และข้อจำกัดเพิ่มเติมใดๆ เกี่ยวกับการใช้บริการในข้อกำหนดเฉพาะของบริการ

เวอร์ชัน: 8 เมษายน 2020